รายงานข่าวอย่างไรไม่ละเมิดสิทธิ์ ในกรณี “เด็ก11ปีขับรถชนพระธุดงค์”

จากอุบัติเหตุสะเทือนใจกรณีเด็กอายุ 11 ปี ซึ่งเป็นผู้พิการประเภท 7 (ออทิสติก) ขับรถชนพระธุดงค์จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ บนถนนสายมุกดาหาร-อุบลราชธานี เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา เหตุการณ์นี้ไม่เพียงแต่สร้างความสูญเสีย แต่ยังนำมาซึ่งประเด็นแวดล้อมที่ละเอียดอ่อนอย่างยิ่ง โดยเฉพาะบทบาทของสื่อมวลชนในการนำเสนอข่าวสารให้ถูกต้องตามกฎหมายและกรอบจริยธรรมวิชาชีพ

องค์กรวิชาชีพสื่อมวลชน นำโดยคณะกรรมการจริยธรรมวิชาชีพ สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย จึงได้ออกแนวทางย้ำเตือนถึงข้อกฎหมายและหลักปฏิบัติที่สื่อพึงระวัง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการละเมิดสิทธิ์ซ้ำเติมผู้เกี่ยวข้อง ดังนี้

3 ข้อกฎหมายสำคัญที่ต้องรู้

การนำเสนอข่าวในกรณีนี้ มีกฎหมายที่เข้ามาคุ้มครองตัวเด็กและผู้พิการอย่างชัดเจน 3 ฉบับ ซึ่งสื่อมวลชนและผู้ส่งสารบนโลกออนไลน์จำเป็นต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด

1. พระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546

กฎหมายคุ้มครองเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์ ห้ามมิให้โฆษณาหรือเผยแพร่ทางสื่อมวลชนหรือสื่อออนไลน์ เกี่ยวกับภาพ ข้อมูล หรือเรื่องราวใด ๆ ที่ทำให้ระบุตัวตนของเด็กได้ หากการเผยแพร่นั้นน่าจะเกิดความเสียหายแก่จิตใจ ชื่อเสียง หรือเกียรติคุณของเด็ก

2. พระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. 2550

กฎหมายกำหนดสิทธิในการมีผู้ดูแลเพื่อช่วยเหลือในการดำรงชีวิต ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องพิจารณาถึงสภาพแวดล้อมและการดูแลผู้พิการในเหตุการณ์นี้ แทนการมุ่งเป้าไปที่ตัวเด็กเพียงอย่างเดียว

3. ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 73

ระบุไว้อย่างชัดเจนว่า “เด็กอายุยังไม่เกิน 12 ปี กระทำการอันกฎหมายบัญญัติว่าเป็นความผิด เด็กนั้นไม่ต้องรับโทษ” ซึ่งหมายความว่าจะไม่มีการจำคุกหรือลงโทษในแบบผู้ใหญ่ เนื่องจากเด็กยังขาดความชำนาญและวุฒิภาวะ

จริยธรรมสื่อกับการคุ้มครองกลุ่มเปราะบาง

นอกจากข้อกฎหมายแล้ว ข้อบังคับว่าด้วยจริยธรรมแห่งวิชาชีพสื่อมวลชน สภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ พ.ศ. 2564 ข้อ 15 ได้ระบุไว้ว่า สื่อมวลชนต้องเสนอข่าวโดยคำนึงถึงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และหลักสิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง

ต้องให้ความคุ้มครองอย่างเคร่งครัดต่อเด็ก เยาวชน กลุ่มเปราะบาง และผู้มีความหลากหลายด้านอัตลักษณ์ในสังคม

สิ่งสำคัญที่สื่อมวลชนพึงระมัดระวังหรือหลีกเลี่ยงในการรายงานข่าวครั้งนี้

  • ไม่เปิดเผย ชื่อ-นามสกุล ข้อมูลญาติพี่น้อง หรือที่อยู่อาศัย ที่จะนำไปสู่การระบุตัวตนของเด็ก

  • ไม่เปิดเผยภาพถ่ายหรือวิดีโอ ของเด็กที่ทำให้สังคมรู้ว่าเป็นใคร

  • หลีกเลี่ยงเนื้อหาที่เป็นการกล่าวโทษหรือตีตราเด็ก ในขณะที่คดียังอยู่ในกระบวนการยุติธรรม

อุบัติเหตุครั้งนี้เป็นความสูญเสียที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น การทำหน้าที่ของสื่อมวลชนและภาคสังคมในการส่งต่อข้อมูล จึงไม่ใช่การมุ่งหาแพะรับบาปหรือขุดคุ้ยตัวตนของเด็กเพื่อเรียกยอดเข้าชม (Views) แต่ควรเป็นการนำเสนอข้อเท็จจริงด้วยความเคารพต่อผู้สูญเสีย ควบคู่ไปกับการปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเท่าทัน เพื่อให้สังคมได้ตระหนักถึงการดูแลบุตรหลานและกลุ่มเปราะบางอย่างปลอดภัยร่วมกัน

แท็ก คำค้นหา