“เอกนิติ” ชี้เศรษฐกิจไทยต้อง “ทำคีโม” สั่งรื้อสิทธิบัตรคนจน 19 ล้านราย ปัดไม่รู้เรื่องนายกฯ สำรอง “ศ.”

เวลา 9.00 น. วันที่ 4 กรกฎาคม 2569 นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวปาฐกถาพิเศษในงานครบรอบ 29 ปี สภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ ในหัวข้อ “โจทย์ใหญ่เศรษฐกิจไทยท่ามกลางวิกฤตโลก” ณ โรงแรมรอยัลริเวอร์ เขตบางพลัด กรุงเทพฯ ว่า

 

ภาวะเศรษฐกิจไทยในปัจจุบันเติบโตต่ำกว่าศักยภาพมาอย่างยาวนาน เปรียบเสมือนผู้ป่วยที่ต้อง “ทำคีโม” หรือปรับโครงสร้างใหญ่โดยด่วน ซึ่งดีกว่าการปล่อยทิ้งไว้จนสายเกินแก้ เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับความท้าทายจาก 3 วิกฤตโลก ได้แก่ การแบ่งขั้วทางการเมืองโลก การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสีเขียว และการปฏิวัติเทคโนโลยี AI

 

 

ในการนี้ รัฐบาลได้เดินหน้ายุทธศาสตร์โมเดล 5T เพื่อขับเคลื่อนประเทศและกระจายรายได้ ประกอบด้วย

 

  1. Target จัดสรรงบประมาณเจาะจงกลุ่มเป้าหมาย
  2. Transition เร่งเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด
  3. Transform ลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ทรัพยากรมนุษย์ และ AI พร้อมปลดล็อกกฎระเบียบผ่าน Thailand FastPass
  4. Transparency เปิดเผยข้อมูลภาครัฐให้ประชาชนตรวจสอบได้
  5. Teamwork บูรณาการการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐและเอกชน

 

พร้อมกันนี้ รัฐบาลยังตั้งเป้าดึงดูดเม็ดเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ให้แตะระดับ 1 ล้านล้านบาท โดยกำหนดเงื่อนไขผ่านนโยบาย Thailand Fast Pass ให้ผู้ได้รับการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ต้องลงทุนจริงอย่างน้อย 20% ภายในปีนี้ ส่วนกรณีที่งบลงทุนปี 2570 ดูลดลงนั้น นายเอกนิติ ชี้แจงว่าเป็นเพียงการยกระดับความโปร่งใสทางบัญชี โดยนำรายจ่ายประจำที่เคยถูกแฝงไว้ออกมาแสดงให้ชัดเจนขึ้น ซึ่งรัฐบาลจะผลักดันการลงทุนจากภาคเอกชนและรัฐวิสาหกิจเข้ามาทดแทน

 

สำหรับประเด็นการพิจารณาบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ นายเอกนิติเปิดเผยว่า ที่ประชุมมีมติให้ทบทวนฐานข้อมูลผู้รับสิทธิใหม่ทั้งหมดรวมประมาณ 19 ล้านราย โดยแบ่งเป็นกลุ่มผู้มีสิทธิเดิม 13.2 ล้านรายที่ไม่ได้ปรับปรุงข้อมูลมานานกว่า 5 ปี ซึ่งพบว่ามีผู้เสียชีวิตและผู้ที่มีรายได้เพิ่มขึ้นพ้นเกณฑ์ กลุ่มที่กระทรวงมหาดไทยสำรวจใหม่ประมาณ 5 ล้านราย และกลุ่มตกหล่นจากฐานข้อมูลความจำเป็นพื้นฐานของกระทรวง พม. อีกประมาณ 1 ล้านราย

 

“เบื้องต้นไม่ได้มองว่าตัวเลขสิทธิจะเกิน 14 ล้านคนหรือไม่ แต่เป้าหมายสำคัญคือต้องการดูแลคนที่เดือดร้อนจริงๆ เวลาลงพื้นที่ต่างจังหวัดเห็นใจคนเดือดร้อน โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่ไม่มีลูกหลานดูแล หรือไม่มีทรัพย์สินรองรับ เราไม่ได้ยึดติดที่ตัวเลข แต่ต้องกลั่นกรองหาคนที่สมควรได้รับการช่วยเหลือ” นายเอกนิติกล่าว

 

โดยกระทรวงการคลังจะเร่งประมวลผลข้อมูลตัวเลขทั้งหมดและจัดการประชุมคณะกรรมการอีกครั้ง เพื่อคัดกรองให้รัดกุมตามเกณฑ์ก่อนนำเสนอเข้าสู่ที่ประชุมครม. ต่อไป

 

ในช่วงท้ายของการให้สัมภาษณ์ ผู้สื่อข่าวได้สอบถามถึงประเด็นทางการเมืองที่มีกระแสข่าวลือเกี่ยวกับการเตรียมเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีสำรอง อักษรย่อ.” โดยนายเอกนิติปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็น พร้อมระบุสั้นๆ ว่าตนไม่ทราบถึงเรื่องดังกล่าวแต่อย่างใด

แท็ก คำค้นหา