กสศ. ชี้ นโยบายไม่ต่อเนื่อง ทำการศึกษาไทยตกต่ำ ชู 8 นวัตกรรมแก้ความเหลื่อมล้ำ

หมวด Highlight

กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ชี้ นโยบายไม่ต่อเนื่อง เพราะเปลี่ยนรัฐมนตรีบ่อยกว่า 20 คน ในช่วง 18 ปี ทำการศึกษาไทยตกต่ำ พร้อมชู 8 นวัตกรรมเปลี่ยนเกม แก้ความเหลื่อมล้ำ เพื่อความยั่งยืนของทุนมนุษย์ไทย

 

 

เมื่อเวลา 9.30 น. วันที่ 3 กรกฎาคม 2569 ณ ทรู ดิจิทัล พาร์ค ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล ประธานกรรมการบริหาร กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) กล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ 8 นวัตกรรมเปลี่ยนเกม เพื่ออนาคตที่ยั่งยืนของทุนมนุษย์ไทย ในตอนหนึ่งว่า ตลอด 8 ปีที่ผ่านมา มีความพยายามค้นหาคำตอบว่า “ทำอย่างไรให้เด็กไทยทุกคนเข้าถึงโอกาสทางการศึกษา ไม่มีใครหลุดจากระบบเพราะข้อจำกัดของชีวิต” เพราะ ตั้งแต่ พ.ศ.2542 เป็นต้นมา ประเทศไทยพยายามปฏิรูปการศึกษามาตลอด โดยมีการออกกฎหมายและนโยบายจำนวนมาก แต่ปัญหาความเหลื่อมล้ำยังคงมีแนวโน้มรุนแรงขึ้น และเป็นอุปสรรค

 

สำคัญต่อการพัฒนาประเทศ ซึ่งเกิดจากการขาดความต่อเนื่องในการปฏิรูปและขาดกลไกเชิงสถาบัน พร้อมเผยว่า ตั้งแต่ปี 2542 เป็นต้นมาประเทศไทยมีการเปลี่ยนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการมากกว่า 20 คน ทำให้แต่ละคนมีเวลาบริหารเฉลี่ยเพียง 10-11 เดือนเท่านั้น เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศเวียดนามและสิงคโปร์ในช่วงเวลาเดียวกัน พบว่ามีการเปลี่ยนรัฐมนตรีเพียง 4-5 คน ซึ่งการเปลี่ยนตำแหน่งบ่อยครั้งก็ทำให้นโยบายเปลี่ยนตาม เพราะนโยบายเดิมมักจะถูกระงับโดยรัฐมนตรีคนใหม่

 

 

ดังนั้น รัฐธรรมนูญ 2560 จึงได้กำหนดให้ตั้ง กสศ.ขึ้น เพื่อเป็นองค์กรที่ทำหน้าที่เชื่อมโยงทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน และประชาสังคม เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนการแก้ปัญหา ซึ่ง กสศ. ดำเนินงานโดยอาศัยข้อมูล หลักฐานเชิงประจักษ์ และงานวิจัยที่มีคุณภาพสูงเป็นหัวใจสำคัญ เป้าหมายหลักขององค์กรคือการคิดค้นนวัตกรรมต้นแบบและจัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบายที่เป็นอิสระจากการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง

 

ดร.ประสาร จึงได้นำเสนอ 8 นวัตกรรมเปลี่ยนเกม เพื่อความยั่งยืนของทุนมนุษย์ไทย ได้แก่

 

1. ระบบข้อมูล ทำหน้าที่เป็นฐานรากสำคัญที่เชื่อมโยงข้อมูลรายบุคคลเพื่อค้นหาและติดตามเด็กเยาวชนกลุ่มยากจนที่สุด ตั้งแต่ระดับปฐมวัยจนถึงวัยแรงงาน เพื่อลดปัญหาการตกหล่นของข้อมูล

2. หลักประกันโอกาสทางการศึกษา จัดสรรงบประมาณแบบมุ่งเป้าผ่านระบบคัดกรองความยากจน เพื่อให้นักเรียนยากจนพิเศษได้รับโอกาสในการศึกษาอย่างต่อเนื่อง

3. Thailand Zero Dropout โครงการระดับชาติที่มีเป้าหมายในการดึงเด็กที่หลุดออกจากระบบการศึกษากลับเข้ามาสู่การเรียนรู้อีกครั้ง โดยตั้งเป้าให้เด็กหลุดระบบเป็นศูนย์ภายในปี 2570

4. โรงเรียนพัฒนาตัวเอง พัฒนาระบบการบริหารจัดการและคุณภาพการเรียนรู้ในโรงเรียนผ่านฐานข้อมูล เช่น ระบบ Q-Info สำหรับประ

เมินนักเรียนรายบุคคล เพื่อยกระดับโรงเรียนด้วยตนเอง

5. ครูรัก(ษ์)ถิ่น แก้ปัญหาครูจากนอกพื้นที่ขอย้ายออก โดยคัดเลือกเยาวชนในพื้นที่ห่างไกลมาเรียนครูแล้วกลับไปบรรจุในชุมชนบ้านเกิด เพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับระบบการศึกษาในพื้นที่

6. การศึกษาที่ยืดหยุ่น ปรับรูปแบบการศึกษาให้สอดคล้องกับข้อจำกัดในชีวิตของเด็ก เช่น การทำงานช่วยครอบครัว โดยมีโมเดล “1 โรงเรียน 3 รูปแบบ” และการใช้ Learning Passport รับรองผลการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง

7. All for Education สร้างหุ้นส่วนความร่วมมือกับภาคเอกชนและภาคส่วนต่างๆ เพื่อระดมทรัพยากรและร่วมลงทุนในการพัฒนาการศึกษา แทนการพึ่งพาเพียงงบประมาณภาครัฐหรือการบริจาคเพียงอย่างเดียว

8. การวิจัยเชิงประจักษ์ ใช้ข้อมูลวิจัยและหลักฐานทางวิทยาศาสตร์มาเป็น “เข็มทิศ” ในการกำหนดนโยบาย เพื่อให้การลงทุนด้านการศึกษามีความคุ้มค่าและแก้ปัญหาได้อย่างตรงจุด

 

แต่ปัญหาคือ ถึงแม้ว่างานวิจัยเชิงประจักษ์ จะเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนนโยบายด้วยข้อเท็จจริง แต่สถานการณ์ล่าสุดพบว่า งบประมาณด้านการวิจัยของ กสศ. กลับถูกตัดลดลงมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ ซึ่ง ดร.ประสารเปรียบเทียบว่าเหมือนกับการ “โยนเข็มทิศทิ้งในขณะที่เรือกำลังแล่นอยู่กลางมหาสมุทร” การขาดการสนับสนุนเครื่องมือนี้อาจส่งผลให้การประเมินทิศทางและการลงทุนเพื่อสร้างความเสมอภาคทางการศึกษาต้องเผชิญกับความเสี่ยงที่ไม่จำเป็น

 

 

พร้อมกล่าวทิ้งท้ายว่า ความสำเร็จในการขับเคลื่อนนวัตกรรมตลอด 8 ปีที่ผ่านมา ไม่ได้เกิดจาก กสศ. เพียงหน่วยงานเดียว แต่คือ ปรากฏการณ์ผีเสื้อขยับปีก (Butterfly Effect) ที่เกิดจากความร่วมมือของทุกภาคส่วนอย่างแท้จริง ดังนั้นโจทย์ที่ท้าทายที่สุดในขณะนี้คือ การสร้างความยั่งยืนให้นวัตกรรมทางการศึกษาเหล่านี้ดำเนินต่อไปได้โดยไม่ผูกติดอยู่กับงบประมาณรายปีที่มีความผันผวน หรือการเปลี่ยนแปลงของรัฐบาล

 

ดร.ประสาร จึงขอเรียกร้องให้ฝ่ายนิติบัญญัติ ภาคเอกชน และทุกภาคส่วนของสังคม มาร่วมกันออกแบบกลไกเชิงระบบ ทั้งด้านกฎหมาย การเงิน และนโยบายระยะยาว เพื่อผลักดันให้ความเสมอภาคทางการศึกษากลายเป็นเป้าหมายและความสำเร็จร่วมกันของประเทศไทยอย่างยั่งยืน

 

แท็ก คำค้นหา

หมวด Highlight