องค์กรวิชาชีพสื่อออกแถลงการณ์ เนื่องในวันเสรีภาพสื่อโลก เรียกร้องรัฐบาลเปิดพื้นที่ให้ตรวจสอบอย่างเสรี

องค์กรวิชาชีพสื่อออกแถลงการณ์ 5 ข้อ เนื่องในวันเสรีภาพสื่อโลก เรียกร้องรัฐบาลเปิดพื้นที่ให้ตรวจสอบอย่างเสรี หลีกเลี่ยงการใช้กม.หรืออำนาจรัฐปิดกั้นการทำหน้าที่ของสื่อ  พร้อมผลักดันกติกาแบ่งรายได้ข่าวจากแพลตฟอร์มดิจิทัลเพื่อสร้างความเป็นธรรมต่อผู้ผลิตเนื้อหา  ด้านเวทีเสวนาทางรอดของสื่อไทยในยุคที่แพลตฟอร์มครองโลก  นักวิจัยจุฬาฯ ห่วงพลังแพลตฟอร์มใช้อัลกอริทึมสะกดสื่อดิ้นหารายได้อิงโฆษณาการเมือง  ขณะที่ รองผอ. Thai PBS โอดแพลตฟอร์ม แย่งงานบรรณาธิการ ควบคุมเนื้อหารายได้ มีอำนาจเหนือนิเวศ ฉะอัลกอริทึมดันคลิกเบตคอนเทนต์ขยะ สื่ออาชีพไร้อำนาจต่อรอง หวังรัฐบาลออกกม.คุมทวงคืนอธิปไตยกลับมายังผู้ประกอบวิชาชีพด้านข่าว ขณะที่ ผู้จัดการกองทุนสื่อฯ หนุนรัฐบาลรื้อกม.ส่งเสริมเนื้อคุณภาพพันธุ์ไทย ส่วนสส.พรรคประชาชนชี้ไทยขาดดุลด้านดิจิทัลมหาศาล  2 แสนล้านบาท จ่อดันแก้กฎหมายสกัดเงินไหลออก

—-

3 พค. – สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย และสมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์  ร่วมจัดงานวันเสรีภาพสื่อมวลชนโลก 3 พค.” ประจำปี 2569  ที่ โรงแรมเบสเวสเทิร์น กรุงเทพ  เพื่อสะท้อนบทบาทของสื่อในยุคเปลี่ยนผ่าน และความสำคัญของเสรีภาพ ความรับผิดชอบ และความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการรักษาระบบนิเวศสื่อที่เข้มแข็งโดยมีสื่อมวลชนเข้าร่วมงานอย่างคึกคัก 

นส..รินี เรืองหนู นายกสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย กล่าวเปิดงานว่า วันที่ 3 พฤษภาคมของทุกปี เป็นวันที่ประชาคมโลกย้ำเตือนถึงความสำคัญของเสรีภาพสื่อมวลชน ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของสังคมประชาธิปไตย แต่สำหรับพวกเราคนทำงานสื่อในประเทศไทย วันนี้มีความหมายมากกว่าการเฉลิมฉลอง เพราะเป็นวันที่เราต้องกลับมาทบทวน ยืนหยัด และร่วมกันหาทางออกจากพายุที่กำลังโหมกระหน่ำอุตสาหกรรมสื่ออย่างรอบด้าน

ปัจจุบัน ภูมิทัศน์สื่อได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง เราไม่ได้เพียงเผชิญหน้ากับการคุกคามเสรีภาพในรูปแบบเดิมๆ แต่กำลังเผชิญกับ วิกฤตเชิงโครงสร้าง ที่สั่นคลอนความอยู่รอดขององค์กรสื่อ จากการผูกขาดของแพลตฟอร์มดิจิทัลข้ามชาติ ที่ดูดซับรายได้มหาศาลไป ขณะที่สื่อผู้ผลิตเนื้อหายังคงต้องแบกรับต้นทุนการทำข่าวคุณภาพสูง อำนาจในการกำหนดวาระทางสังคมกำลังถูกท้าทายโดยอัลกอริทึมและเทคโนโลยี AI ก็กำลังเข้ามาเปลี่ยนพฤติกรรมการรับข่าวสารของผู้คนไปตลอดกาล

ด้วยเหตุนี้ การจัดงานในวันนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงพิธีกรรม แต่คือการผนึกกำลังเพื่อเผชิญหน้ากับความท้าทายเหล่านี้อย่างเป็นรูปธรรม กิจกรรมตลอดช่วงเช้าของวันนี้ ได้ถูกร้อยเรียงขึ้นเพื่อสะท้อนภาพการต่อสู้ของพวกเราในทุกมิติ

ด้านนายวัฒนะชัย ยะนินทร อุปนายกด้านมาตรฐานวิชาชีพ สมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ กล่าวว่า  สำหรับพวกเราชาวสื่อออนไลน์ ภูมิทัศน์ที่เปลี่ยนแปลงทั้งวิกฤตเชิงโครงสร้าง อิทธิพลของแพลตฟอร์ม และการมาถึงของเทคโนโลยี AI ไม่ได้เป็นเพียงทฤษฎี แต่คือสมรภูมิที่เราต้องต่อสู้เพื่อความอยู่รอด ในทุกๆ วัน เราไม่ได้เพียงผลิตข่าว แต่เรากำลังแข่งขันกับทุกสิ่งในจักรวาลคอนเทนต์ เพื่อแย่งชิงความสนใจ ของผู้คนในเวลาไม่กี่วินาทีบนหน้าจอ

ขณะที่เทคโนโลยี AI กำลังก้าวเข้ามา ไม่ใช่แค่ในฐานะผู้ช่วย แต่ในฐานะผู้เล่นคนใหม่ในสนามข่าว สิ่งนี้ท้าทายเราอย่างยิ่งยวด ว่าเราจะใช้เครื่องมืออันทรงพลังนี้เพื่อยกระดับการทำข่าวให้มีคุณภาพได้อย่างไร และจะป้องกันไม่ให้มันกลายเป็นเครื่องมือสร้างข้อมูลบิดเบือนที่ทำลายความน่าเชื่อถือของพวกเราเองได้อย่างไร

แถลงการณ์องค์กรสื่อ 5 ข้อ เรียกร้องรัฐบาลเปิดกว้างการตรวจสอบ

นายชัยฤทธิ์ ยนเปี่ยม อุปนายกสมาคมฝ่ายสิทธิเสรีภาพและการปฏิรูปสื่อ และเลขาธิการสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย อ่านแถลงการณ์เนื่องในวันเสรีภาพสื่อมวลชนโลกว่า ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของภูมิทัศน์สื่อในยุคดิจิทัล อุตสาหกรรมสื่อกำลังเผชิญความท้าทายรอบด้าน ทั้งจากการเปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยี โดยเฉพาะปัญญาประดิษฐ์ (AI) และอิทธิพลของแพลตฟอร์มข้ามชาติที่มีบทบาทต่อการกำหนดทิศทางข้อมูลข่าวสาร องค์กรวิชาชีพสื่อมวลชน โดยสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย สมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ ขอประกาศเจตนารมณ์ พร้อมเสนอข้อเรียกร้องต่อรัฐบาลและทุกภาคส่วน ดังนี้

1. รัฐบาลต้องเปิดพื้นที่ให้สื่อมวลชนสามารถทำหน้าที่ตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐได้อย่างอิสระ รับฟังความคิดเห็นที่หลากหลาย และคุ้มครองสิทธิของประชาชนในการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร โดยหลีกเลี่ยงการใช้กฎหมาย อำนาจรัฐหรืออำนาจอื่นใด แทรกแซงการนำเสนอข้อมูลข่าวสารที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ เพื่อเสริมสร้างความโปร่งใสและความน่าเชื่อถือในการบริหารประเทศ

2. รัฐบาลควรเร่งผลักดันกฎหมายหรือมาตรการที่ทำให้เกิดความเป็นธรรมระหว่างผู้ผลิตข่าวสารกับแพลตฟอร์มดิจิทัล โดยกำหนดให้แพลตฟอร์มที่นำเนื้อหาข่าวไปใช้สร้างรายได้ ต้องมีระบบแบ่งปันผลประโยชน์หรือค่าตอบแทนอย่างเป็นธรรม ภายใต้หลักการว่าข่าวคุณภาพมีต้นทุนเพื่อให้สื่อสามารถดำรงอยู่ได้อย่างยั่งยืนและผลิตเนื้อหาที่มีคุณภาพต่อสังคม

3. รัฐบาลควรส่งเสริมให้มีกฎหมายที่ป้องกันการใช้กระบวนการยุติธรรมเป็นเครื่องมือคุกคามผู้ทำหน้าที่เพื่อสาธารณะ โดยคุ้มครองผู้สื่อข่าว ประชาชนที่เปิดเผยข้อมูลหรือแสดงความคิดเห็นโดยสุจริต ให้สามารถตรวจสอบอำนาจได้โดยไม่หวาดกลัว อันจะนำไปสู่สังคมที่โปร่งใสและตรวจสอบได้

4. สื่อมวลชนต้องธำรงมาตรฐานวิชาชีพ ด้วยการนำเสนอข้อมูลที่ถูกต้อง รอบด้าน และผ่านการตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยเฉพาะในบริบทที่เทคโนโลยี AI อาจถูกใช้สร้างหรือบิดเบือนข้อมูล เพราะความน่าเชื่อถือและความรับผิดชอบต่อสาธารณะเป็นหัวใจสำคัญของวิชาชีพ

5. ขอเชิญชวนประชาชนร่วมสนับสนุนสื่อที่มีคุณภาพและยึดมั่นในจริยธรรม พร้อมทั้งตรวจสอบข้อมูลก่อนเผยแพร่หรือส่งต่อ เพื่อร่วมกันลดปัญหาข่าวปลอมและเนื้อหาที่สร้างความแตกแยกในสังคม

นายชัยฤทธิ์ กล่าวว่า เสรีภาพสื่อ คือเสรีภาพประชาชน สื่อต้องยืนหยัดบนจริยธรรม นำเสนอด้วยความถูกต้อง และรับผิดชอบต่อสังคม

นักวิจัยจุฬาฯห่วงพลังแพลตฟอร์มใช้อัลกอริทึมสะกดสื่อดิ้นหารายได้อิงโฆษณาการเมือง

จากนั้นเป็นการเสวนาในหัวข้อทางรอดของสื่อไทยในยุคที่แพลตฟอร์มครองโลก  โดยมีวิทยากรประกอบด้วย นายอดิศักดิ์ ลิมปรุ่งพัฒนกิจ รอง ผอ.องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (Thai PBS)  รศ.ดร. พิจิตรา ศุภสวัสดิ์กุล นักวิจัยสถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชนและผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจดิจิทัลนายธนกรศรีสุขใสผู้จัดการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

รศ.ดร.พิจิตรา ศุภสวัสดิ์กุล นักวิจัยสถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า จากการวิจัยแนวโน้มสำนักข่าวพึ่งพาแพลตฟอร์มพบว่าสื่อทั่วโลกก็ลำบาก ต้องต่อสู้ทั้งรูปแบบการทำงานที่มีความเสี่ยง ยิ่งสถานการณ์ปัจจุบันคนดูย้ายไปอยู่บนแพลตฟอร์มออนไลน์ และออนดีมานหมดแล้ว แพลตฟอร์มออนไลน์จึงมีอำนาจต่อรองสูง เพราะเป็นคนกำหนดอัลกอริทึม กำหนดการมองเห็น จึงพบสำนักข่าวไทยพึ่งพาแพลตฟอร์มสูงทั้งการสร้างรายได้และผลิตเนื้อหา แต่ไม่ได้อู้ฟู่ เพราะมีการแข่งขันสูงจากการที่ใครๆ ก็เป็นสื่อได้ สำนักข่าวเกิดเยอะ มีอินฟลูเอนเซอร์ ยูทูบเบอร์จำนวนมาก ทำให้สื่อต้องหันมาสื่อสาร พาดหัวเรียกดรามา คลิกเบท 

รศ.ดร.พิจิตร กล่าวต่อว่า จึงเกิดคำถามว่า อัลกอริทึมมีผลต่อการทำข่าวที่ไม่มีคุณภาพ เกิดการลดความศักดิ์สิทธิ์ของข่าวลงจากการเปลี่ยนรูปแบบการตลาดนำโฆษณาไปปนอยู่ในเนื้อหาข่าว ที่น่ากังวลคือการไปหารายได้จากฟากการเมือง ดังนั้นจะทำอย่างไรให้สำนักข่าวที่มีคุณภาพยังอยู่ได้ในโลกออนไลน์ คือ 1. สำนักข่าวปันส่วนจากแพลตฟอร์ม 2.ทำให้เกิดการมองเห็น 3.พูดคุยแพลตฟอร์มเพื่อบรรเทาความตื่นตระหนก ส่วนเรื่องการกำกับดูแลมี 2 ส่วนคือกำกับเนื้อหากับตลาดส่วนตัวมองว่าสิ่งสำคัญในตอนนี้หากกำกับเนื้อหาอาจจะมีปัญหาเรื่องกีดกันปิดกั้นดังนั้นจึงต้องมองเรื่องการกำกับตลาดเพื่อสร้างบรรยากาศการลงทุนให้เกิดการแข่งขันที่เท่าเทียมกัน

รองผอ. Thai PBS’ โอดแพลตฟอร์มแย่งงานบก. ควบคุมทั้งเนื้อหารายได้ มีอำนาจเหนือนิเวศสื่อ

ด้านนายอดิศักดิ์ กล่าวว่า วันนี้แพลตฟอร์มเหมือนเป็นคนคัดเลือกข่าว  จากเดิมที่กองบรรณาธิการเป็นคนคัด แพลตฟอร์มมีอำนาจเหนือกว่าบรรณาธิการและฝ่ายขายที่เป็นผู้หารายได้  สื่อไทยต้องแข่งกับระบบนิเวศสื่อ แข่งกับแพลตฟอร์มว่าชอบแบบไหน และยังต้องแข่งกับนักข่าวพลเมือง นักข่าวอิสระ หรือคอนเทนต์ครีเอเตอร์ที่ใครๆ ก็เป็นนักข่าวได้  นิเวศแบบนี้ไม่เอื้อให้สื่อมืออาชีพอยู่รอดได้ ประเทศเราปล่อยให้แพลตฟอร์มมีอำนาจเหนือ  ควบคุมทางเข้าเนื้อหา ใครจะโพสต์ข่าวอะไรเขาเป็นฝ่ายกำหนดและควบคุมรายได้ เขาเอาคอนเทนต์ที่ผู้ผลิตข่าวไปหาประโยชน์ หาโฆษณาแล้วแบ่งรายได้กลับมาที่ผู้ผลิตข่าวน้อยมากๆ

ฉะอัลกอริทึมดันคลิกเบตคอนเทนต์ขยะ สื่ออาชีพไร้อำนาจต่อรอง

นายอดิศักดิ์ กล่าวต่อว่า  ทุกอย่างกำหนดโดยอัลกอริทึมซึ่งเป็นปัญหาเชิงโครงสร้าง ที่ภาครัฐมักมองว่าเราไม่สามารถกำกับแพลตฟอร์มได้ ทุกวันนี้ยังถกเถียงกันว่าควรกำหนดแพลตฟอร์ม OTT (Over-the-Top) หรือบริการชมสื่อบันเทิงต่างๆ หรือไม่  ซึ่งมีอยู่ 2 แบบ คือโซเชียลมีเดีย เช่น เฟซบุ๊ก  ที่เจ้าของแพลตฟอร์มไม่ใช่ผู้ผลิต  ส่วนอีกแบบคือแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งซึ่งผลิตสื่อเอง เช่น เน็ตฟลิกซ์  ที่เข้ามาแย่งฐานคนดูสื่อ  ส่วนที่เป็นปัญหาที่สุดคือโซเชียลมีเดียที่เข้ามาแย่งรายได้  ส่วนสตรีมมิ่งแย่งคนดู  ดังนั้นต้องมีการกำหนดกฎหมายให้ต่อรองกับแพลตฟอร์มพวกนี้ให้ได้  ที่ผ่านมาสมาคมวิชาชีพเคยพยายามต่อรอง แต่แพลตฟอร์มไม่คุยกับสมาคม เลือกคุยเฉพาะรายเพื่อให้เขามีอำนาจกำหนดทิศทาง  ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญที่ทำให้สื่ออยู่ลำบาก และทำให้ระบบนิเวศสื่อไม่สมดุล ผู้บริโภคเสียหาย คนทำสื่อต้องซื้อคนดู ซึ่งตนไม่เคยเจอในอดีต ที่ต้องบูสโพสต์เพื่อให้คนมาดูในสิ่งที่ตัวเองทำ เพื่อให้มีรายได้และตนคิดว่าเป็นสิ่งไม่ปกติ 

ขณะเดียวกันอัลกอริทึมก็สร้างแรงจูงใจในคอนเทนต์เร้าอารมณ์ที่มีคนดูเยอะ ทำให้เกิดคลิกเบต คอนเทนต์แปลกๆ เรียกรายได้ แม้กระทั่งเอาคอนเทนต์จากสื่อหลักไปทำต่อ อันนี้คือคนที่เป็นผู้ประกอบวิชาชีพไม่มีอำนาจต่อรองและไม่สามารถห้ามได้ ซึ่งเป็นปัญหา ที่สำคัญแพลตฟอร์มน่าจะได้เม็ดเงินถึง 70 % ทั้งที่ไม่ได้ลงทุนในการผลิตคอนเทนต์ เพียงแค่ลงทุนในเรื่องพื้นที่ มันเป็นสิ่งผิดวิสัยนายอดิศักดิ์ กล่าว พ่อคือหน้าที่

หวังรัฐบาลออกกม.คุมแพลตฟอร์มทวงคืนอธิปไตยกลับมายังผู้ประกอบวิชาชีพด้านข่าว

นายอดิศักดิ์ กล่าวว่า คิดว่ารัฐบาลต้องมีกฎหมายขึ้นมากำกับดูแลเรื่องเหล่านี้ เป้าหมายคือผู้ประกอบวิชาชีพข่าวควรได้รับความเป็นธรรมในเรื่องการถูกละเมิดลิขสิทธิ์ข่าวจากแพลตฟอร์ม โดยเฉพาะการใช้อัลกอริทึมมาหาประโยชน์ เราไม่สามารถปล่อยให้แพลตฟอร์มเหล่านี้ทำงานอย่างอิสระในการมุ่งหารายได้ของเขาเป็นหลัก จนเกิดคอนเทนต์ไม่มีคุณภาพ เร้าอารมณ์ สร้างความเกลียดชัง รัฐควรเข้ามาดูว่าควรมีกฎหมายใหม่ในการกำกับแพลตฟอร์มเหล่านี้ รวมทั้งการกำหนดรายได้ต่างๆ ด้วย เพราะเป็นการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรมและครอบงำตลาด เช่น ประเทศออสเตรเลีย มีกฎหมายให้แพลตฟอร์มต้องซื้อคอนเทนต์จากสำนักข่าว ถ้ามีปัญหาก็มีกรรมการของรัฐเป็นผู้ชี้ขาด มีการเก็บภาษีเพื่อเป็นกองทุนให้ผู้ผลิตคอนเทนต์ ผลิตคอนเทนต์คุณภาพที่เป็นประโยชน์กับสังคม ซึ่งคิดว่าเป็นเรื่องจำเป็น  ทั้งนี้ทุกวันนี้เหมือนสื่อเสียอธิปไตย เราต้องทวงคืนอธิปไตยด้านข่าวกลับมายังผู้ประกอบวิชาชีพด้านข่าว เพราะการทำข่าวและสื่อมวลชนเป็นสิ่งที่ต้องไปด้วยกันกับประชาธิปไตยถ้าสื่อไม่เข้มแข็งประชาธิปไตยก็จะไม่เข้มแข็งเช่นกัน เพราะสื่อต้องตรวจสอบฝ่ายการเมืองและสนับสนุนการมีส่วนร่วมของประชาชน 

กองทุนสื่อฯ หนุนรัฐบาลรื้อกฎหมาย องค์กรสื่อ ส่งเสริมเนื้อคุณภาพพันธุ์ไทย 

ส่วนดร.ธนกร ศรีสุขใส ผู้จัดการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ กล่าวว่า ปัจจุบันเนื้อหาบนแพลตฟอร์มได้ส่งผลกระทบรุนแรง ดังนั้นไทยต้องพูด 2 เรื่อง คือ 1.หน่วยงานกำกับดูแล 2. การส่งเสริมตั้งแต่นโยบายรัฐบาล ยกตัวอย่างที่ยุโรปมีการออกกฎหมายดูแลแพลตฟอร์ม กฎหมายกำกับมาร์เก็ตติ้ง ทำหน้าที่คล้ายกับ กสทช.ของไทย แต่หน่วยงานของยุโรปนั้นหากมีเนื้อหาที่มีปัญหาก็จะชี้ไปที่แพลตฟอร์มให้จัดการ หากไม่ดำเนินการก็ลงโทษโดยคดีถือเป็นที่สุด ส่วนสิงคโปร์ มีองค์การพัฒนาสื่อสารสนเทศ (Infocomm Media Development Authority : IMDA) กำกับดูแล ส่งเสริมสื่อทั้งหมด รวมไปถึงสแกมเมอร์ หรือประเทศจีนก็มีกฎหมายดู ทั้งเรื่องกำกับและส่งเสริมสื่อ และวันนี้กำลังจัดระเบียนอินฟลูฯ เพราะคนอ้างความเชี่ยวชาญด้านต่างๆ มาก จึงต้องมีระบบการขึ้นทะเบียน จะเห็นว่าหลายๆ ประเทศมีการเข้ามากำกับดูแลระดับนโยบายทั้งหมด

ดร.ธนกร กล่าวว่า ส่วนประเทศไทยมีกฎหมาย กสทช.ซึ่งแก้มาหลายรอบ แต่ก็ดูแลไม่ครอบคลุม ตลอดจน พ...แพลตฟอร์มก็ทำได้แค่จดแจ้ง ขณะที่ วันนี้สภาพระบบนิเวศสื่อประเทศไทยแย่จริงๆ หากไม่ทำอะไรเลย ลำบากแน่ๆ คนอยู่รอดจะมีน้อยมาก ฉะนั้นระดับนโยบายมีความจำเป็นมาก และต้องทำแบบยอมเจ็บตัว มีการทบทวนองค์กรต่างๆ ซึ่งสามารถยุบรวมได้ ทบทวนกฎหมายเดิม ไม่จำเป็นต้องมีหลายฉบับ จะเอาแบบสิงคโปร์ก็ได้ โดยให้กำกับเนื้อหา ส่งเสริมทั้งแพลตฟอร์มพันธุ์ไทยที่นำเสนอเนื้อหาดีๆ ได้รับการโปรโมท ให้ความสำคัญเรื่องทรัพย์สินทางปัญญา

 

สส.พรรคประชาชนชี้ไทยขาดดุลด้านดิจิทัล  2 แสนล้าน จ่อดันแก้กฎหมายสกัดเงินไหลออก

ขณะที่นายภาวุธ กล่าวถึงการขาดดุลด้านดิจิทัลของไทย  โดยตั้งคำถามว่าเคยคำนวณหรือไม่ว่าเราจ่ายค่าบริการออนไลน์ปีละประมาณกี่บาท ทั้งประเทศเราจ่ายกี่บาท ค่าเฉลี่ยต่อคนกี่บาท   องค์กรต่างๆ ต้องจ่ายค่าโฆษณากี่บาท ประมาณการของการจ่ายสื่อโฆษณาออนไลน์ จากสมาคมสื่อโฆษณาแห่งประเทศไทย  ยกตัวอย่างเราจ่ายค่าโฆษณา เช่น เมตา 9,000 ล้านบาท โดยมีเงินเข้าไทยเพียง 400 ล้านบาท เป็นต้น  การใช้บริการดิจิทัลในไทยโตขึ้นเรื่อยๆ ประมาณการปีหนึ่งๆ  ไทยน่าจะจ่ายค่าบริการนี้  2 แสนล้านบาทต่อปี เป็นตัวเลขที่มากกว่าการส่งออกข้าวไทยปีละ 1 แสนกว่าล้านบาท วันนี้ทุกคนมีส่วนทำให้เกิดการขาดดุล  เราขาดดุลมหาศาลมาก

ดังนั้นจะทำอย่างไรในการแก้ปัญหานี้ ซึ่งตนเตรียมยื่นญัตติต่อสภาฯเรื่องการขาดดุลดิจิทัล และจะผลักดันให้มีกรรมาธิการวิสามัญ ข้อเสนอคือต้องศึกษาตัวเลขขาดดุลที่แท้จริงเท่าไรกันแน่ รวมทั้งผลักดันเทคโนโลยีขึ้นมาทดแทนแพลตฟอร์มของต่างประเทศและสนับสนุนให้คนไทยใช้  นอกจากนั้นจะเชิญแพลตฟอร์มต่างชาติ เช่น เฟซบุ๊ก มาพูดคุยที่สภา ว่าเป็นไปได้หรือไม่ในเรื่องรายได้ที่ออกไปเมืองนอกควรกลับมาอยู่ที่ประเทศไทย และควรมาตั้งบริษัทที่ไทยด้วย รวมทั้งจะผลักดันการแก้กฎหมายต่างๆ ทั้ง พ...การแข่งขันทางการค้า 2560 ... กสทช. ให้สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงของสื่อดิจิทัลด้วย 

 

มอบรางวัลภาพ/คลิป ชีวิตจริงคนทำงานสื่อ

ภายในงานยังมีการมอบรางวัลการประกวดผลงานภาพถ่ายและคลิปวิดีโอ เนื่องในวันเสรีภาพสื่อมวลชนโลก ประจำปี 2569 เพื่อเชิดชูบทบาทและพลังการทำงานของสื่อมวลชน

สำหรับ ผลการประกวดผลงานภาพถ่าย หัวข้อพลังข่าว พลังความจริง” 

รางวัลชนะเลิศ เงินรางวัล 10,000 บาท  ได้แก่ นายทวีชัย จันทะวงค์ จาก PPTV Online เจ้าของผลงานทหารหันกระบอกปืน สื่อหันกระบอกเลนส์  รางวัลรองชนะเลิศเงินรางวัล 5,000 บาท ได้แก่ นายโสภน สุเสนา จาก Nation Photo เจ้าของผลงานต่างคนต่างหน้าที่

รางวัลชมเชย พร้อมเงินรางวัล 2,500 บาท ได้แก่ นายธนาชัย ประมาณพาณิชย์ จาก Tnnonline เจ้าของผลงานสื่อคืองาน  พ่อคือหน้าที่

ส่วนรางวัล Popular Vote ประเภทภาพถ่าย พร้อมเงินรางวัล 5,000 บาท

นายกฤษฎากร ภูกาบเงิน จากข่าวออนไลน์ช่อง 8 กับผลงานภาพมวล(ชน)ช่างภาพภาพจากการทำหน้าที่สื่อที่ชายแดนไทยกัมพูชา

ขณะที่ ประเภทคลิปสั้นหัวข้อชีวิตจริงคนทำงานสื่อ  รางวัลชนะเลิศ เงินรางวัล 10,000 บาท นายสันติศักดิ์ นิยมชาติ จากเดลินิวส์ออนไลน์ ผลงาน Recap การรายงานข่าวในวันสงกรานต์

รางวัลรองชนะเลิศ พร้อมเงินรางวัล 5,000 บาทได้แก่นายสรวิชญ์บุญจันทร์คงจากไทยรัฐออนไลน์เจ้าของผลงานที่ตีแผ่ความจริงชีวิตนักข่าว

รางวัลชมเชย พร้อมเงินรางวัล 2,500 บาท  นส.ตรีนุช อิงคุทานนท์ จาก THE STANDARD  นำเสนอผลงาน เบื้องหลังสกู๊ปข่าวที่เราเห็น

รางวัล Popular Vote พร้อมเงินรางวัล 5,000 บาท ผู้ที่ได้รับคะแนนโหวตสูงสุด ได้แก่ นายนครินทร์ โคตรศรี จากไทยรัฐทีวี นำเสนอเรื่องสรุปชีวิตนักข่าวใน 1 นาที

สำหรับ การจัดงานในครั้งนี้สะท้อนถึงความพยายามขององค์กรวิชาชีพสื่อในการยืนหยัดต่อความเปลี่ยนแปลงของภูมิทัศน์สื่อ และย้ำบทบาทของสื่อมวลชนในการทำหน้าที่ตรวจสอบอำนาจ ควบคู่กับการรักษามาตรฐานวิชาชีพและความรับผิดชอบต่อสังคม

แท็ก คำค้นหา