ผู้ตรวจการแผ่นดินเดินหน้าแก้ทุกข์ถึงพื้นที่ ขยายผลสู่การแก้ปัญหาทั้งระบบ

ผู้ตรวจการแผ่นดินเดินหน้าแก้ทุกข์ถึงพื้นที่ ขยายผลสู่การแก้ปัญหาทั้งระบบ

 

ชาวบ้านขุนห้วยตาก จังหวัดตาก ขอไฟฟ้าใช้มานานกว่า 20 ปี แต่เรื่องยังติดขัดอยู่กับการขออนุญาตใช้พื้นที่ป่า ขณะที่คนในหมู่บ้านต้องใช้ชีวิตโดยไม่มีไฟฟ้าจากระบบจำหน่าย แม้แต่โรงเรียนที่มีนักเรียนราว 500 คน ก็ต้องอาศัยโซลาร์เซลล์ซึ่งผลิตไฟฟ้าได้ไม่เพียงพอ

 

เรื่องนี้เป็นหนึ่งในปัญหาที่ นายทรงศัก สายเชื้อ ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน ลงพื้นที่ไปติดตามด้วยตนเอง และประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ร่วมกันแก้ไข ตั้งแต่การอนุญาตใช้พื้นที่ไปจนถึงการขยายเขตไฟฟ้า พร้อมขอให้สำรวจหมู่บ้านอื่นที่ยังไม่มีไฟฟ้าใช้ เพื่อวางแผนช่วยเหลือต่อไปด้วย

นายทรงศัก ระบุว่า  ให้ความสำคัญกับการทำงานเชิงรุก เพราะความเดือดร้อนบางเรื่องรอไม่ได้ และประชาชนบางกลุ่มอาจยังไม่รู้ว่าจะขอความช่วยเหลือจากใคร การลงไปพบประชาชนจึงเป็นโอกาสที่จะได้ฟังว่าเขาเดือดร้อนอย่างไร เคยติดต่อหน่วยงานใดมาแล้ว และเหตุใดปัญหาจึงยังไม่ได้รับการแก้ไข ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้ผู้ตรวจการแผ่นดินประสานความช่วยเหลือได้ตรงกับสิ่งที่ประชาชนต้องการ

ที่ผ่านมา สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินจัดกิจกรรมลงพื้นที่หลายรูปแบบ ทั้งผู้ตรวจการแผ่นดินสัญจรพบประชาชน Ombudsman Care การทำงานร่วมกับกรุงเทพมหานคร และเวทีรับฟังความคิดเห็น Place of Justice เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงความช่วยเหลือได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะคนที่อยู่ห่างไกลหรือเดินทางไม่สะดวก สำหรับเรื่องเร่งด่วนหรือปัญหาที่กระทบคนจำนวนมาก ผู้ตรวจการแผ่นดินสามารถหยิบยกขึ้นพิจารณาได้ แม้ยังไม่มีผู้ร้องเรียน

 

ส่วนผู้ที่ต้องการร้องเรียน ก็สามารถติดต่อได้ทั้งสายด่วน 1676 ช่องทางออนไลน์ จดหมาย หรือเดินทางมายื่นเรื่องด้วยตนเอง การมีหลายช่องทางช่วยให้ประชาชนเลือกวิธีที่สะดวกกับตนเอง และทำให้สำนักงานได้รับรู้ปัญหาจากคนในพื้นที่ต่าง ๆ ได้มากขึ้น

 

กรณีบ้านขุนห้วยตาก ตำบลท้องฟ้า อำเภอบ้านตาก จังหวัดตาก เริ่มเป็นข่าวเมื่อชาวบ้านไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง เพื่อประท้วงที่ขอไฟฟ้าใช้มานานแต่ยังไม่สำเร็จ ต่อมาวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 ตัวแทนชาวบ้านติดต่อผ่านสายด่วน 1676 และในวันที่ 19 กุมภาพันธ์ นายทรงศักพร้อมคณะได้เดินทางไปตรวจสอบข้อเท็จจริงในพื้นที่

หมู่บ้านแห่งนี้อยู่บนภูเขา มีประชากรราว 1,900 คน ปัญหาไฟฟ้ากระทบทั้งการใช้ชีวิตของชาวบ้านและการเรียนของเด็กในโรงเรียนบ้านขุนห้วยตาก ผู้ตรวจการแผ่นดินจึงเชิญจังหวัดตาก การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และกรมป่าไม้ มาหารือร่วมกัน เพื่อดูว่าการขยายเขตไฟฟ้าติดขัดตรงไหน และแต่ละหน่วยงานจะช่วยให้เรื่องเดินหน้าต่อได้อย่างไร

 

ปัญหาสำคัญอยู่ที่แนวขยายเขตไฟฟ้าต้องผ่านพื้นที่ป่าสงวนและพื้นที่ลุ่มน้ำชั้นคุณภาพ 1A จึงต้องพิจารณาเงื่อนไขการใช้พื้นที่และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมให้รอบคอบ เมื่อหน่วยงานได้หารือและตรวจสอบข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องร่วมกัน จึงได้แนวทางดำเนินการต่อ และกรมป่าไม้อนุญาตให้ใช้พื้นที่เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2569 จากนั้น วันที่ 2 กรกฎาคม 2569 นายทรงศักร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดกิจกรรมปักเสาไฟฟ้าเชิงสัญลักษณ์ โดยชาวบ้านให้ความร่วมมือถอยร่นร้านค้าและสิ่งปลูกสร้าง เพื่อเปิดทางให้ปักเสาและพาดสายไฟฟ้าตามแนวระยะทางประมาณ 21 กิโลเมตร และคาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จและจ่ายไฟได้ในช่วงปลายปี 2569 ระหว่างรอไฟฟ้า

 

ผู้ตรวจการแผ่นดินยังประสานให้มีการช่วยเหลือโรงเรียนบ้านขุนห้วยตาก การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสนับสนุนโซลาร์เซลล์สำหรับใช้งานชั่วคราว ซ่อมแซมอาคารเรียน และผลักดันงบประมาณสร้างอาคารเรียนถาวร เพื่อให้เด็กและครูมีความพร้อมในการเรียนการสอนมากขึ้น

 

การช่วยเหลือยังขยายไปถึงหมู่บ้านอื่น โดยนายทรงศักขอให้จังหวัดตากและการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสำรวจว่า มีชุมชนใดประสบปัญหาเช่นเดียวกันอีกบ้าง เพื่อนำข้อมูลมาจัดทำแผนขยายเขตไฟฟ้าและเตรียมงบประมาณในแต่ละปี วิธีนี้จะช่วยให้หน่วยงานรู้ว่าพื้นที่ใดยังขาดบริการ และควรเริ่มดำเนินการเรื่องใดก่อน แทนที่จะรอรับเรื่องร้องเรียนเป็นรายหมู่บ้าน

 

การนำปัญหาจากพื้นที่หนึ่งไปตรวจสอบต่อว่ามีสาเหตุร่วมกับพื้นที่อื่นหรือไม่ เป็นส่วนสำคัญของการทำงานเชิงระบบ หากพบว่าปัญหาเกิดจากกฎหมาย ระเบียบ หรือขั้นตอนเดียวกัน ผู้ตรวจการแผ่นดินก็จะเสนอแนะให้หน่วยงานปรับปรุง เพื่อช่วยเหลือคนที่ได้รับผลกระทบและลดโอกาสเกิดปัญหาซ้ำ เช่นเดียวกับเรื่องการจัดหาแหล่งน้ำเพื่อขยายเขตประปาในส่วนภูมิภาค ซึ่งต้องพิจารณาทั้งแหล่งน้ำและการให้บริการ เพื่อให้ประชาชนมีน้ำใช้ได้ทั่วถึงขึ้น

 

งานเหล่านี้เกี่ยวข้องกับการติดตามหมวด 5 หน้าที่ของรัฐของรัฐธรรมนูญด้วย โดยเฉพาะการจัดบริการที่จำเป็นต่อชีวิต ทั้งการศึกษา สุขภาพ และสาธารณูปโภค ผู้ตรวจการแผ่นดินนำปัญหาที่ประชาชนพบไปหารือกับหน่วยงาน เพื่อให้รู้ว่าบริการที่จัดไว้ยังไปไม่ถึงใคร เพราะเหตุใด และต้องแก้ไขส่วนไหน การตรวจสอบจึงช่วยให้หน่วยงานเห็นสิ่งที่ต้องปรับปรุงและมีข้อมูลประกอบการทำงานได้ชัดเจนขึ้น

นายทรงศัก เห็นว่าการแก้ปัญหาให้ได้ผลต้องอาศัยความร่วมมือ ทั้งจากหน่วยงานรัฐและประชาชนในพื้นที่ ดังเช่นบ้านขุนห้วยตากที่แต่ละฝ่ายช่วยกันตามหน้าที่ ขณะเดียวกัน สำนักงานยังทำงานร่วมกับภาคประชาสังคม สื่อมวลชน และสถาบันการศึกษา เพื่อรับฟังข้อมูลและติดตามปัญหาให้รอบด้าน รวมถึงแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับผู้ตรวจการแผ่นดินต่างประเทศ เพื่อนำมาปรับใช้กับงานของไทย

เจ้าหน้าที่ก็เป็นอีกส่วนสำคัญ เพราะเรื่องร้องเรียนหนึ่งเรื่องต้องผ่านการรับฟัง ตรวจสอบ ประสานงาน และติดตามผลอย่างต่อเนื่อง นายทรงศักจึงให้ความสำคัญกับการพัฒนาความรู้และทักษะ สนับสนุนให้ใช้เทคโนโลยีช่วยทำงาน และเปิดโอกาสให้เสนอวิธีทำงานใหม่ ๆ พร้อมดูแลสภาพแวดล้อมการทำงานและขวัญกำลังใจ เพื่อให้เจ้าหน้าที่พร้อมรับผิดชอบงานและดูแลประชาชนได้อย่างเต็มที่

 

สิ่งที่ต้องติดตามต่อจากกรณีบ้านขุนห้วยตาก คือการขยายเขตไฟฟ้าให้แล้วเสร็จตามแผน และการช่วยเหลือชุมชนอื่นที่ยังรอคอยบริการพื้นฐานเช่นเดียวกัน สำหรับผู้ตรวจการแผ่นดิน การรับเรื่องจึงเป็นจุดเริ่มต้นของงานที่ต้องทำต่อ ทั้งหาข้อเท็จจริง ประสานผู้รับผิดชอบ และติดตามให้เกิดความคืบหน้า เพื่อให้ประชาชนได้รับการแก้ไขความเดือดร้อน ส่วนหน่วยงานก็มีทางออกจากข้อขัดข้อง และนำประสบการณ์ไปปรับปรุงบริการของตนได้ต่อไป

#ผู้ตรวจการแผ่นดิน #ไฟฟ้า #ขุนห้วยตาก

แท็ก คำค้นหา