“นายกฯ”ย้ำ ไม่ตัดสิทธิบัตรทอง หากปรับต้องดีขึ้น ตอบปม “ไทยพีบีเอส” จะอิสระต้องมีกฎเกณฑ์

“นายกฯ”ย้ำ ไม่ตัดสิทธิบัตรทอง หากปรับต้องดีขึ้น ตอบปม “ไทยพีบีเอส” จะอิสระต้องมีกฎเกณฑ์ ด้านโฆษกรัฐบาล ย้ำ สส.ภูมิใจไทยไม่ได้เสนอแก้กฏหมายเปลี่ยนโครงสร้างบริหาร “ไทยพีบีเอส” บอก รับงบประมาณต้องทำให้โปร่งใส-เป็นกลาง เทียบโมเดล สปสช.

 

วันที่ 5 ตุลาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ในฐานะที่ตนเป็นประธาน สปสช. เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมกล่าวต่อว่า มีครั้งไหนหรือไม่ ที่ตนจะตัดสิทธิประโยชน์ของพี่น้องประชาชน หรือการประกันสุขภาพ ซึ่งยืนยันว่า ไม่มี หากจะปรับเปลี่ยน ก็ขอปรับเปลี่ยนให้ดีขึ้น ครอบคลุมโรคมากขึ้น คุณภาพการรักษาดีขึ้น และครอบคลุมผู้สูงอายุให้มากขึ้น การเกิด แก่ เจ็บ ตาย ก็ทำให้มีมาตรฐานที่สูงขึ้น

 

“ขออย่าไปฟังคนอื่นที่บอกว่าจะตัดนู่นตัดนี่ เป็นไปไม่ได้ ประชาชนอะไรที่ให้กับพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะเรื่องของสุขภาพ ไม่สามารถตัดได้ มีแต่ต้องเพิ่ม รวมถึงการจ่ายแบบ co-pay ไม่เคยมีแล้ว เวลาจัดทำงบประมาณ รัฐบาลของผม เรื่องแรกที่คุยกับสำนักงบประมาณ คือมีเงินดูแลสุขภาพประชาชนหรือไม่”

 

จากนั้น นายกรัฐมนตรีได้ทักทายประชาชนพร้อมป้าย ซึ่งระบุว่า “ไทยพีบีเอสต้องอิสระไม่ใช่สื่อของรัฐ” โดยนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า “ไปพูดกับเขาให้ดี จะเป็นอิสระก็ต้องมีกฎเกณฑ์”
นายกฯ รับหนังสือ P-Move เนื่องในวันอยู่อาศัยโลก ย้ำไม่ตัดสิทธิบัตรทอง หากปรับต้องดีขึ้น ตอบปมไทยพีบีเอส จะอิสระต้องมีกฎเกณฑ์

 

เทียบโมเดล สปสช.

นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีรัฐบาลเสนอแก้ไขกฎหมายเพื่อเปลี่ยนแปลงแหล่งรายได้ขององค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย หรือ ไทยพีบีเอส สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กองทุนผู้สูงอายุ และกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ซึ่งถูกเชื่อมโยงว่าจะเป็นการฮุบสถานีโทรศัพท์ ไทยพีบีเอส เป็นสื่อของรัฐว่า กฏหมายที่ สส.พรรคภูมิใจไทยเสนอไม่ได้เปลี่ยนแปลงโครงสร้างการบริหารงานของหน่วยงานใดเลย โดยเฉพาะไทยพีบีเอส ดังนั้น บอร์ดบริหารและเครือข่ายผู้ชมยังเป็นเหมือนเดิม แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปคือ วิธีการงบประมาณที่มีการเปิดเผยและเข้าสู่ระบบ ดังนั้นจะไม่มีกรณีที่ว่า ไปให้เงินที่ปรึกษา 3 แสนบาทต่อเดือน หรือไปจ้างเครือข่ายที่ใกล้ชิดผลิตรายการ ตรงนี้จะมีการตรวจสอบ สิ่งที่ประชาชนจะได้คือ ไทยพีบีเอสจะเป็นองค์กรที่ยึดโยงกับประชาชน และให้ข้อมูลที่ต้องการจริงๆ ย้ำว่า ไม่ได้เสนอแก้กฏหมายเพื่อแก้โครงสร้างไทยพีบีเอส

 

เมื่อถามกรณีมีคนตั้งข้อสังเกตว่า หากให้ไทยพีเอสรับงบประมาณรายจ่ายประจำปี จะกระทบกับการนำเสนอข่าว นายเอกภพ กล่าวว่า ประเทศไทยมีองค์กรมหาชนเยอะแยะไปหมด ซึ่งรัฐบาลไม่สามารถควบคุมการดำเนินการได้ ยกตัวอย่างเช่น สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) แม้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขนั่งหัวโต๊ะเป็นประธาน แต่ไม่มีอำนาจสั่งการเบ็ดเสร็จเด็ดขาด แต่เราสามารถติดตามงบประมาณได้ เพราะ สปสช.ต้องเปิดเผยงบประมาณแต่ละปี ว่าโอนงบประมาณไปที่โรงพยาบาลใดบ้าง แต่กลับกัน ไทยพีบีเอส และสสส. ไม่เคยมีการชี้แจงเรื่องเหล่านี้ ดังนั้น ประชาชนจะได้รับการเปิดเผยเรื่องนี้มากขึ้น

#ไทยพีบีเอส

แท็ก คำค้นหา