กรุงเทพฯ — นายสุจินต์ ไชยชุมศักดิ์ ผู้ตรวจการแผ่นดิน ให้สัมภาษณ์ถึงผลการหารือเพื่อแก้ไขปัญหาเชิงระบบร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในประเด็นการรับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์สุขภาพ อาหาร และยาที่ไม่คุ้มค่าหรือไม่ปลอดภัย โดยเน้นย้ำว่าเป้าหมายสำคัญคือการอำนวยความสะดวกและลดภาระให้กับประชาชนทั่วประเทศ
นายสุจินต์ เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาหากประชาชนพบผลิตภัณฑ์สุขภาพ อาหาร หรือยาที่ไม่ได้มาตรฐานและประสงค์จะร้องเรียนหรือแจ้งเบาะแส มักจะมีเงื่อนไขเดิมที่กำหนดให้ต้องเดินทางไปแจ้งเรื่อง ณ พื้นที่ที่เป็นแหล่งผลิตสินค้า และ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) ซึ่งถือเป็นภาระอย่างมากสำหรับประชาชน จากการหารือร่วมกันจึงเห็นตรงกันว่า เพื่อให้สอดคล้องกับสังคมและเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไป ควรปรับเปลี่ยนแนวทางให้ประชาชนสามารถยื่นเรื่องร้องเรียนหรือแจ้งเบาะแสทางออนไลน์ได้ด้วย คาดว่าจะใช้เวลาในการปรับปรุงระเบียบประมาณ 6เดือน
ขณะนี้กำลังอยู่ในช่วงพิจารณาปรับปรุงแบบฟอร์มการกรอกข้อมูลให้มีความกระชับ ง่าย และกรอกเท่าที่จำเป็น ไม่สร้างเงื่อนไขที่ซับซ้อนจนกลายเป็นภาระแก่ประชาชน พร้อมเตรียมนำระบบยืนยันตัวตนผ่านแอปพลิเคชัน ThaID มาใช้ เพื่อระบุตัวตนผู้แจ้งเรื่อง ป้องกันการร้องเรียนเท็จหรือร้องเรียนมั่ว โดยตั้งเป้าอำนวยความสะดวกให้ประชาชนเข้าถึงการร้องเรียนได้อย่างทั่วถึงและมีประสิทธิภาพสูงสุด
สำหรับกรณีสินค้าที่สั่งซื้อผ่านช่องทางออนไลน์ โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่นำเข้ามาจากต่างประเทศ หรือสินค้าที่มีการโฆษณาชวนเชื่อเกินจริง หลอกลวง รวมถึงสินค้าไม่ตรงปก นายสุจินต์ระบุว่า จะเป็นบทบาทหน้าที่ของสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ในการเข้ามาดูแลและตรวจสอบเป็นหลัก เนื่องจากผลิตภัณฑ์ที่ผลิตในต่างประเทศจะมีข้อจำกัดในการส่งเจ้าหน้าที่ไปสุ่มตรวจ ณ แหล่งผลิต
ส่วนประเด็นข้อสงสัยเกี่ยวกับ “เงินรางวัลสินบนนำจับ” นายสุจินต์ชี้แจงว่า กฎหมายและระเบียบกระทรวงการคลังได้กำหนดหลักเกณฑ์ไว้อย่างชัดเจน โดยประชาชนผู้แจ้งเบาะแสจะได้รับเงินสินบนนำจับก็ต่อเมื่อคดีดำเนินไปถึงขั้นตอนที่ผู้กระทำผิดได้ ทำการชำระค่าปรับเรียบร้อยแล้ว อย่างไรก็ตาม ไม่อยากให้ประชาชนโฟกัสเรื่องเงินรางวัลเป็นประเด็นหลัก แต่อยากให้ร่วมมือกันเป็น “หูเป็นตา” ช่วยภาครัฐในการเฝ้าระวังเพื่อสุขภาพและความปลอดภัยของคนในสังคม
#ผู้ตรวจการแผ่นดิน #สำนักงานอาหารและยา #อย. #ระเบียบ