วันที่ 12 ก.ย.2569 สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย ได้ออกแถลงการณ์ หลังเกิดเหตุการณ์ผู้สื่อข่าวและช่างภาพข่าว ซึ่งกำลังปฏิบัติหน้าที่รายงานข่าวอยู่ภายในวัดพุทไธศวรรย์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ถูกบุคคลเข้ามาคุกคามและมีพฤติการณ์นำเหล็กเส้น ลักษณะปลายแหลมเข้าหา จนผู้สื่อข่าวและช่างภาพข่าวที่อยู่ในบริเวณดังกล่าวต้องถอยออกจากพื้นที่เพื่อความปลอดภัยนั้น
สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทยได้ตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นกับผู้บริหารฝ่ายข่าวและผู้ปฏิบัติงานจากหลายสำนักข่าว พบว่าข้อมูลเกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าวมีความสอดคล้องกันและยังได้รับข้อมูลว่า ก่อนเกิดเหตุมีผู้ปฏิบัติงานสื่อบางรายถูกใช้ถ้อยคำในลักษณะคุกคามหรือไม่สุภาพขณะปฏิบัติหน้าที่
สมาคมฯ มีความห่วงใยต่อความปลอดภัยของผู้สื่อข่าว ช่างภาพข่าว และบุคลากรสื่อมวลชนทุกคนที่ต้องปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ภาคสนาม และขอยืนยันหลักการสำคัญว่า การปฏิบัติหน้าที่ของสื่อมวลชนโดยสูจริต ไม่ควรต้องเผชิญกับการข่มขู่ คุกคาม หรือการใช้ความรนแรงในทุกรูปแบบ
ผู้สื่อข่าวมีหน้าที่นำเสนอข้อมูลข่าวสารอย่างถูกต้อง รอบด้าน สุภาพ เคารพสิทธิของทุกฝ่าย และยึดมั่นในหลักจริยธรรมแห่งวิชาชีพสื่อมวลชน ขณะเดียวกันบคคลย่อมมีสิทธิปฏิเสรการให้สัมกาษณ์
หากเห็นว่าการปฏิบัติหน้าที่ของสื่อไม่เหมาะสม สามารถร้องเรียนหรือดำเนินการผ่านช่องทางตามกฎหมายและกระบวนการที่เกี่ยวข้องได้ และไม่ควรถูกใช้เป็นเหตุผลรองรับการข่มขู่หรือ การใช้ความรุนแรงต่อผู้ปฏิบัติงานสื่อ
สมาคมฯ เห็นว่าการที่ผู้ปฏิบัติงานตัดสินใจถอนตัวออกจากพื้นที่ เมื่อประเมินว่าสถานการณ์อาจเป็นอันตราย เป็นการตัดสินใจที่เหมาะสม เพราะชีวิตและความปลอดภัยควรเป็นสิ่งที่ต้องคำนึงถึงเป็นอันดับแรกและต้นสังกัดควรให้ความสำคัญกับมาตรการด้านความปลอดภัยของ
บุคลากรภาคสนามก่อนการได้มาซึ่งข่าวสารเสมอสำหรับเหตุการณ์ครั้งนี้ แม้ผู้สื่อข่าวที่เกี่ยวข้องจะไม่ติดใจดำเนินคดี สมาคมฯ เห็นว่ากรณีดังกล่าวควรเป็นบทเรียนร่วมกันว่า สังคมที่เคารพสิทธิในการรับรู้ข่าวสาร ต้องเป็นสังคมที่เคารพความปลอดภัยของผู้ทำหน้าที่สื่อด้วย
สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทยจะติดตามข้อเท็จจริงและสถานการณ์ดังกล่าวอย่างใกล้ชิด.
พร้อมให้ความช่วยเหลือและคำแนะนำแก่ผู้ประกอบวิชาชีพสื่อมวลชนที่เผชิญการคุกคามจากการปฏิบัติหน้าที่ต่อไป