พลตรี ชาคริต อุจะรัตน รองแม่ทัพภาคที่ 4 เป็นประธานเปิดการอบรมเชิงปฏิบัติการ “นักข่าวสายฟ้าน้อย” รุ่นพิเศษ 21/1 โดยมีเยาวชนจากจังหวัดยะลา ปัตตานี นราธิวาส และสงขลา รวม 68 คน เข้าร่วมเรียนรู้การทำข่าวและการผลิตสื่อในยุคดิจิทัล ผ่านหลักสูตรเข้มข้นตลอด 3 วัน 2 คืน
พลตรี ชาคริต กล่าวว่า จังหวัดชายแดนภาคใต้มีทั้งเรื่องราวที่เป็นปัญหาและเรื่องราวดี ๆ ที่สะท้อนวิถีชีวิตและการอยู่ร่วมกันของสังคมพหุวัฒนธรรม แต่สิ่งที่สำคัญคือการมีสื่อมวลชนที่ทำหน้าที่นำเสนอข้อเท็จจริงด้วยคุณธรรมและจริยธรรม เพราะเชื่อว่าสื่อที่รับผิดชอบต่อสังคม จะมีส่วนสำคัญในการสร้างความเข้าใจและนำไปสู่สันติสุขในพื้นที่
พร้อมเล่าว่า แม้ตนเองจะเป็นชาวจังหวัดเชียงใหม่ แต่ได้รับโอกาสมาปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ชายแดนภาคใต้นานกว่า 27 ปี จนเห็นคุณค่าและความงดงามของพื้นที่แห่งนี้ จึงอยากให้คนรุ่นใหม่ช่วยกันถ่ายทอดเรื่องราวดี ๆ ที่ยังไม่ถูกสื่อสารออกไปอย่างทั่วถึง
รองแม่ทัพภาคที่ 4 ระบุว่า ปัจจุบันภูมิทัศน์การสื่อสารเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ทุกคนสามารถเป็นผู้ผลิตสื่อได้ผ่านโทรศัพท์มือถือ แต่สิ่งสำคัญไม่ใช่เพียงการสร้างเนื้อหาให้ได้รับยอดวิวหรือความนิยม หากต้องคำนึงถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นกับสังคม โดยเฉพาะการยึดมั่นในความจริง คุณธรรม และจริยธรรม ซึ่งเป็นหัวใจของการทำหน้าที่สื่อมวลชน
การอบรมครั้งนี้เกิดจากความร่วมมือระหว่างกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า และสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนได้เรียนรู้จากนักข่าวมืออาชีพ ทั้งการใช้ AI ในงานข่าว การตรวจสอบข้อเท็จจริง การผลิตคอนเทนต์ดิจิทัล และการสร้างเครือข่ายกับคนในวงการสื่อ เพื่อพัฒนาศักยภาพสู่การเป็นนักสื่อสารคุณภาพในอนาคต
พลตรี ชาคริต ยังฝากถึงเยาวชนว่า จังหวัดชายแดนภาคใต้ยังมีอีกหลายมุมที่งดงาม ทั้งวัฒนธรรม การอยู่ร่วมกันของผู้คนต่างศาสนา และเรื่องราวสร้างสรรค์ที่ควรถูกถ่ายทอดออกสู่สังคม พร้อมขอให้ช่วยกันผลิตสื่อที่สร้างแรงบันดาลใจ สะท้อนข้อเท็จจริง และสร้างความเข้าใจ มากกว่าการมุ่งนำเสนอเฉพาะข่าวด้านลบเพื่อเรียกยอดความสนใจ
พร้อมยืนยันว่า หน่วยงานพร้อมสนับสนุนและต่อยอดโอกาสให้เยาวชนที่มีความตั้งใจ เพื่อก้าวสู่การเป็นนักสื่อสารรุ่นใหม่ที่มีคุณธรรม มีจริยธรรม และใช้พลังของสื่อในการพัฒนาสังคมและบ้านเกิดของตนเอง ก่อนประกาศเปิดการอบรม “นักข่าวสายฟ้าน้อย” รุ่นพิเศษ 21/1 อย่างเป็นทางการ
สำหรับ “นักข่าวสายฟ้าน้อย” รุ่นพิเศษ 21/1 จำนวน 60 คน มาจาก