สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย - Thai Broadcast Journalists Association

You are here: Home ข่าวความเคลื่อนไหวสื่อ ข่าวสื่อ ปี 2551 ผอ.ข่าวไทยพีบีเอสร้องนายกฯ ขอคุ้มครองสื่อ

ผอ.ข่าวไทยพีบีเอสร้องนายกฯ ขอคุ้มครองสื่อ

อีเมล พิมพ์ PDF

กลุ่มรักเชียงใหม่ 51เปลี่ยนใจยุติข้อเรียกร้องหลังดูเทปซ้ำ

ดาวน์โหลด  จดหมายยื่นนายก

 

ผอ.ข่าวไทยพีบีเอสยื่นหนังสือนายกฯ ขอคุ้มครองสื่อ กลุ่มรักเชียงใหม่ 51 ล้มแผนให้"เทพชัย"ขอโทษอีกครั้ง หลังดูเทปอย่างละเอียดอีกครั้งแล้วพอใจ ปชป.อัดกลุ่ม"เชียงใหม่ 51"บุกไทยพีบีเอสคุกคามสื่อ ขณะที่ผู้บริหาร"ไทยพีบีเอส"เชียงใหม่ ไม่มั่นใจความปลอดภัย สั่งปิดศูนย์-อพยพจนท.เมื่อช่วงเช้า

ผอ.ข่าวไทยพีบีเอสยื่นหนังสือนายกฯ ขอคุ้มครองสื่อ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่านายเถกิง สมทรัพย์ ผอ.ข่าวไทยพีบีเอส นำพิธีกรและผู้ประกาศจากสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส เดินทางมายังทำเนียบรัฐบาลชั่วคราว(ดอนเมือง) เมื่อเวลา 16.15 น.วันที่ 4 พ.ย. เพื่อยื่นหนังสือขอการคุ้มครองเสรีภาพของสื่อมวลชนต่อนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม จากกรณีที่กลุ่มคนรักเชียงใหม่51ได้แสดงความไม่ใจการนำเสนอข่าวของไทยพีบีเอสด้วยการปิดล้อมศูนย์ข่าวที่จังหวัดเชียงใหม่เมื่อวันที่ 3 พ.ย.ที่ผ่ามา ซึ่งนายสมชาย ได้มอบหมายให้นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นผู้รับหนังสือแทน       

หนังสือระบุว่าการปิดล้อมทีพีบีเอสที่เชียงใหม่เป็นการคุกคามเสรีภาพในการทำหน้าที่ของสื่อที่รับรองโดยรัฐธรรมนูญอย่างรุนแรง แม้ว่าผู้อำนวยการของไทยพีบีเอสได้แสดงความเสียใจต่อชาวเชียงใหม่แล้ว แต่กลุ่มผู้ชุมนุมยังแสดงความไม่พอใจและขู่ว่าจะเดินทางมาชุมนุมอีกครั้งภายใน 2 วัน ดังนั้นไทยพีบีเอสจึงขอให้นายกรัฐมนตรีสั่งการไปยังผู้เกี่ยวข้องให้กำกับดูแลสถานการณ์ให้อยู่ในความสงบเรียบร้อย เพื่อรับรองความปลอดภัยของพนักงานไทยพีบีเอส และไม่ให้เสรีภาพในการทำหน้าที่สื่อถูกคุกคามด้วยวิธีการที่ผิดกฎหมาย 

นายณัฐวุฒิ กล่าวภายหลังรับหนังสือว่า ทราบว่าไทยพีบีเอสได้ขอโทษถือเป็นท่าทีที่ดีของความรับผิดชอบของสื่อที่อาจผิดพลาดหรือไม่ถูกใจคนที่รับชม จากนี้เชื่อว่าทุกฝ่ายคงหาข้อยุติร่วมกันด้วยดี

ผู้สื่อข่าวถามว่าคนเสื้อแดงค่อนข้างเชื่อมั่นในตัวนายณัฐวุฒิ ดังนั้นจะส่งสัญญาณอะไรไปหรือไม่ นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ทุกคนมีสิทธิเสรีภาพตามกรอบของกฎหมาย ฉะนั้นไม่ว่าประชาชนหรือสื่อจะต้องตระหนักในความรับผิดชอบต่อคำว่าสิทธิเสรีภาพจากการกระทำของตัวเอง ส่วนประชาชนที่เคลื่อนไหวต้องมีความรับผิดชอบว่าจะต้องไม่ทำผิดกฎหมาย

รักเชียงใหม่51เปลี่ยนใจไม่ให้"เทพชัย"ขอโทษซ้ำสอง

นายเพชรวรรต วัฒนพงศ์ศิริกุล แกนนำกลุ่มรักเชียงใหม่ 51 เปิดเผยว่า กลุ่มรักเชียงใหม่ 51 ยกเลิกการยื่นหนังสือเรียกร้องให้นายเทพชัย หย่อง ผู้อำนวยการทีวีไทยทีวีสาธารณะหรือไทยพีบีเอสแถลงข่าวขอโทษอีกครั้งกรณีรายงานข่าวว่าทางกลุ่มรับเงินเดินทางไปร่วมชุมนุมในรายการความจริงวันนี้ สัญจร ที่ราชมังคลากีฬาสถาน เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายนหลังจากก่อนหน้าเวลา 11.00 น.วันที่ 4 พฤศจิกายน ได้แถลงข่าวให้นายเทพชัยออกมาขอโทษอีกครั้งเนื่องจากไม่พอใจการขอโทษของนายเทพชัยเมื่อวานนี้เพราะดูเหมือนไม่จริงใจ

"สาเหตุที่ทางกลุ่มตัดสินใจยกเลิกทั้งที่แถลงข่าวไปแล้ว เนื่องจากเมื่อกลับไปชมภาพข่าวการขอโทษของนายเทพชัยในช่วงเช้าอย่างละเอียดแล้วรู้สึกพอใจจึงตัดสินใจยุติข้อเรียกร้องทั้งหมด ขอยืนยันว่าไม่มีใครหรือผู้ใหญ่คนไหนมาสั่งให้ยุติ เพราะประชาชนชนหรือกลุ่มมวลชนคือคนที่ใหญ่ที่สุดไม่มีใครมาสั่งการได้ " แกนนำกลุ่มรักเชียงใหม่ 51 กล่าว

ปชป.อัดกลุ่ม"เชียงใหม่ 51"บุกไทยพีบีเอสคุกคามสื่อ

นายเทพไท เสนพงศ์ ผู้ช่วยเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวเมื่อวันที่ 4 พ.ย. ถึงกรณีที่กลุ่มเชียงใหม่ 51 ปิดล้อมหน้าสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส ว่า ถือเป็นหนึ่งเหตุการณ์ที่ตอกย้ำความแตกแยกให้เกิดขึ้นในสังคมไทย ซึ่งพฤติกรรมของกลุ่มเชียงใหม่ 51 เป็นเพียงกลุ่มการเมืองกลุ่มหนึ่งที่เป็นตัวแทนระบอบทักษิณ ตนเชื่อว่ากลุ่มคนกลุ่มนี้เป็นคนกลุ่มน้อยในจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งสร้างความเสียหายและทำลายภาพลักษณ์ของจ.เชียงใหม่ เหตุการณ์ครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นครั้งแรก แต่เป็นครั้งที่ 3 ครั้งแรกเกิดขึ้นในเวทีปราศรัยหาเสียงของพรรคประชาธิปัตย์ เมื่อปี 2549 และครั้งที่ 2 เมื่อครั้งที่พรรคประชาธิปัตย์ ประชุมสาขาพรรคภาคเหนือ เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายนที่ผ่านมา แต่ 2 ครั้งแรกก็พอเข้าใจได้ว่า เป็นเรื่องของพรรคการเมืองที่มีทั้งคนสนับสนุนและคัดค้าน

"แต่กรณีที่เกิดขึ้นกับสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส ซึ่งเป็นสื่อมวลชน และได้เสนอข่าวสารทั้งสองด้านมาโดยตลอด กลับถูกคุกคาม บุกรุกในศูนย์ข่าว ถือว่าเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายอย่างชัดเจน และมีการบันทึกภาพไว้ ถึงตัวผู้กระทำผิด จึงอยากให้เจ้าหน้าที่รับผิดชอบดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ซึ่งนายกรัฐมนตรีไม่ควรละเลยต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะได้เกิดในพื้นที่ที่นายกรัฐมนตรี มีฐานเสียงอย่างหนาแน่น และเป็นบ้านเกิดของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ จึงปฏิเสธไม่ได้ว่ากลุ่มคนดังกล่าวเป็นผู้สนับสนุนตนเอง" นายเทพไท กล่าว

รักเชียงใหม่51ลั่นให้"เทพชัย"ขอโทษอีกครั้ง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 4 พฤศจิกายน ที่โรงแรมแกรนด์วโรรส อ.เมือง จ.เชียงใหม่ กลุ่มรักเชียงใหม่ 51 นำโดยนายเพชรวรรต วัฒนพงศ์ศิริกุล เแถลงข่าวเรียกร้องให้นายเทพชัย หย่อง ผู้อำนวยการทีวีไทยทีวีสาธารณะ หรือไทยพีบีเอส เปิดแถลงข่าวขอโทษกลุ่มรักเชียงใหม่อีกครั้งอย่างเป็นทางการกรณีรายงานว่ากลุ่มของตนรับเงินจากนักการเมืองท้องถิ่นไปร่วมเคลื่อนไหวในกิจกรรมความจริงวันนี้ ที่กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายนเพราะยังไม่พอใจที่ค่ำวานนี้นายเทพชัย ได้ออกมากล่าวคำขอโทษเพียง 5 วินาที แสดงเหมือนไม่จริงใจ

"บ่ายโมงวันนี้เราจะส่งตัวแทนเดินทางไปยื่นหนังสือถึงนายเทพชัยผ่านไปทางศูนย์ข่าวภาคเหนือ หากภายใน 2 นายเทพชัย ยังไม่ยอมดำเนินการใดๆ กลุ่มรักเชียงใหม่จะเดินทางไปแจ้งความดำเนินคดีทั้งทางแพ่งและอาญา รวมทั้งระดมกำลังคนไปปิดล้อมศูนย์ข่าวภาคเหนืออีกครั้ง ในวันที่ 7 พฤศจิกายนนี้" นายเพชรวรรต กล่าว

ทางด้าน นายไพโรจน์ แสงภู่วงษ์ รองผู้ว่าราชการ จ.เชียงใหม่ กล่าวว่า ต้องปล่อยไปเพราะค่ำวานนี้มีการทำข้อตกลงและฝ่ายไทยพีบีเอสก็ออกข่าวขอโทษทั้งตอนค่ำและตอนเช้า ขอร้องว่าอะไรที่ให้อภัยกันได้ก็ควรให้อภัยและยอมจบ เพราะคนทำผิดขอโทษแล้วน่าจะจบในฐานะที่เป็นคนไทยด้วยกัน จึงอยากขอความร่วมมือขอให้มีน้ำใจต่อกัน มีขอบเขตในกรอบของกฎหมายไม่ทำร้ายกันจะดีกว่า

"ช่วง 2 เดือนนี้ ขอให้ทุกฝ่ายหยุด เพราะจะมีพระราชอาคันตุกะจากประเทศอังกฤษเสด็จมาเยือน ชาวต่างประเทศจาก 15 ชาติ เดินทางมาแข่งขันกอล์ฟนานาชาติในปลายเดือนนี้ เดือนธันวาคม จ.เชียงใหม่ เป็นเจ้าภาพจัดประชุมผู้นำอาเซียน 19 ประเทศ รวมทั้งการจัดพิธีต้อนรับผู้นำประเทศจีนและเกาหลีอย่างเป็นทางการ ปลายเดือนธันวาคมมีประชุมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย จึงอยากขอร้องคนไทยที่มีทั้งมือตบตีนตบเห็นแก่ประทศชาติ เพราะมีข่าวไม่ดีออกไปนักท่องเที่ยวที่ไหนจะอยากมา เป็นเรื่องที่น่าห่วงมาก"รองผู้ว่าราชการ จ.เชียงใหม่ กล่าว

ผู้บริหารไทยพีบีเอส เชียงใหม่ สั่งปิดศูนย์-อพยพจนท.

ผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อช่วงเช้าวันที่ 4 พ.ย.ว่า ผู้บริหารศูนย์ข่าวสถานีโทรทัศน์ทีวีไทยทีวีสาธารณะ (ไทยพีบีเอส) จ.เชียงใหม่ ได้สั่งให้เจ้าหน้าที่ซึ่งมีประมาณ 10 กว่าคนทำการปิดศูนย์ และอพยพออกจากศูนย์ทันทีเนื่องจากไม่ไว้วางใจในความปลอดภัย โดยยังมีสถานีวิทยุท้องถิ่นบางแห่งกล่าวโจมตีอยู่ตลอด รวมทั้งมีโทรศัพท์มาข่มขู่เรื่องความปลอดภัยในตอนกลางดึกด้วย

"เสื้อแดง"ปักหลักรอฟังการขอโทษ 5 ทุ่มก่อนสลายตัว 

กลุ่มรักเชียงใหม่ 51 จำนวนหนึ่ง นำโดยนายเพชรวรรต วัฒนพงศ์ศิริกุล สวมเสื้อสีแดงพร้อมตีนตบ บุกพังประตูศูนย์ข่าวภาคเหนือ สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส ในพื้นที่หมู่ที่ 4 บ้านเหมืองห้า ต.สันนาเม็ง อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ เมื่อเวลา 11.45 น. วันที่ 3 พฤศจิกายน จากนั้นบางส่วนเข้ายึดพื้นที่โดยรอบภายในบริเวณศูนย์ข่าว แต่ไม่ได้บุกเข้าไปในห้องส่ง หรือห้องปฏิบัติการ โดยกลุ่มรักเชียงใหม่นำรถติดเครื่องขยายเสียงเปิดเพลงปลุกใจ และปราศรัยเรียกร้องขอพบนายเทพชัย หย่อง ผู้อำนวยการสถานี ผู้ประกาศข่าว และผู้สื่อข่าวที่เกี่ยวข้องกับการรายงานข่าว ค่ำวันที่ 2 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ที่ระบุว่านักการเมืองท้องถิ่นในพื้นที่ให้ข้อมูลว่ากลุ่มรักเชียงใหม่ 51 ได้รับเงินค่าจ้างในการเดินทางเข้าไปร่วมกิจกรรมรายการครอบครัวความจริงวันนี้ ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน กทม. เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายนที่ผ่านมา นอกจากนี้ยังประกาศหากไม่มีผู้ใดออกมาแสดงความรับผิดชอบเรื่องนี้ จะมีกลุ่มคนรากหญ้าเข้าสมทบชุมนุมปิดล้อมศูนย์ข่าวไทยพีบีเอส พร้อมตัดน้ำตัดไฟ และปลูกข้าวทำนาในพื้นที่ศูนย์ข่าว เนื่องจากข่าวดังกล่าวสร้างความเสื่อมเสียต่อคนเชียงใหม่ว่าสามารถซื้อได้ด้วยเงินไม่กี่บาท

ก่อนหน้านี้ นายวิวัฒน์ สมคำ หัวหน้าศูนย์ข่าว แจ้งเจ้าหน้าที่ ผู้สื่อข่าว และช่างภาพทยอยกันเดินปะปนออกมาด้านนอก เพื่อป้องกันการถูกทำร้าย ขณะที่นายอนุพงศ์ ชัยฤทธิ์ บรรณาธิการฝ่ายเนื้อหา เดินทางจากกรุงเทพฯ ไปยังศูนย์ข่าวภาคเหนือ พร้อมกับชี้แจงกลุ่มผู้ชุมนุมว่า ผู้สื่อข่าวในพื้นที่ไม่ได้เป็นผู้ทำรายงานข่าวดังกล่าว แต่กลุ่มผู้ชุมนุมไม่เชื่อ และยังคงเรียกร้องให้ผู้อำนวยการไทยพีบีเอสและผู้เกี่ยวข้องเดินทางมาชี้แจงด้วยตนเอง รวมทั้งเรียกร้องให้เปิดเผยชื่อนักการเมืองท้องถิ่นที่ให้ข้อมูลดังกล่าวภายในเวลา 16.00 น.

ต่อมา 2 ฝ่ายบรรลุข้อตกลงร่วมกัน โดยผู้บริหารไทยพีบีเอสรับปากพร้อมจะขอโทษผ่านไทยพีบีเอสในข่าวภาค  23.00 น. และข่าวเช้า และไม่แจ้งความเอาผิดกลุ่มรักเชียงใหม่ 51 ตามที่ร้องขอ ขณะที่ม็อบเสื้อแดงขอปักหลักรอฟังการขอโทษ ก่อนสลายตัว

นอกจากนี้ยังกล่าวโจมตีว่าสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอสก่อกำเนินมาจากคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) จึงไม่นำเสนอข่าวอย่างตรงไปตรงมา และเลือกข้างในการนำเสนอข่าวสาร โดยในขณะเกิดเหตุมีตำรวจ สภ.สันทราย 20 นาย พร้อมโล่และกระบอง เข้าควบคุมสถานการณ์และป้องกันไม่ให้ผู้ชุมนุมบุกเข้าไปในสถานี แต่ไม่สามารถขัดขวางได้ เนื่องจากกลุ่มเสื้อแดงขับรถยนต์กระบะพุ่งเข้าใส่ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องถอยร่นออกไปจากบริเวณประตูทางเข้า

ขณะที่ นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย แถลงว่า การตอบโต้สื่อถือเป็นเรื่องปกติ และขออย่าเอาเรื่องนี้มาเปรียบเทียบกับพันธมิตรกรณีบุกสถานีเอ็นบีที เพราะไทยพีบีเอส เป็นสื่อที่เสนอข่าวเป็นกลาง ขณะที่เอ็นบีทีนั้น ชัดเจนว่าเป็นกระบอกเสียงของรัฐบาล

ทั้งนี้ หลังจากบุกยึดศูนย์ข่าวภาคเหนือ และยังไม่ได้คำตอบตามที่เรียกร้อง สมาชิกกลุ่มรักเชียงใหม่ 51 ทยอยเข้าสมทบเพิ่มเติม พร้อมนำเต๊นท์ ไฟฟ้าส่องสว่าง และเสบียงมาปักหลักบริเวณสนามหน้าอาคาร โดยแกนนำผลัดกันขึ้นเวทีปราศรัยย่อยโจมตีนายเทพชัยอย่างต่อเนื่อง

ขณะที่ นายไพโรจน์ แสงภู่วงษ์ รองผู้ว่าฯเชียงใหม่ พร้อมนายอุทัย ลือชัย นายอำเภอสันทราย พล.ต.ต.สุเทพ เดชรักษา ผบก.จว.เชียงใหม่ และนายอนุพงศ์ ชัยฤทธิ์ บรรณาธิการฝ่ายเนื้อหาข่าวของสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส เข้าร่วมหารือกับแกนนำกลุ่มรักเชียงใหม่นำโดยนายเพชรวรรต ณ ที่ว่าการอำเภอสันทราย เมื่อเวลา 19.00 น. แต่ยังไม่มีความคืบหน้า โดยที่ประชุมแจ้งว่าหากมีข้อยุติจะแถลงผลการเจรจาอีกครั้ง

ขณะที่สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยและสมาคมเคเบิลทีวีแห่งประเทศไทย ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้กลุ่มรักเชียงใหม่ 51 และทุกกลุ่มที่เห็นว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมในการเสนอข่าว ใช้ช่องทางที่ถูกต้องเหมาะสมเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว ทั้งนี้ เพื่อลดการเผชิญหน้ากันในสังคมไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่ประเทศชาติกำลังเผชิญกับความแตกแยกอย่างรุนแรง ไม่สมควรอย่างยิ่งที่จะกระทำการใดอันจะเป็นการเพิ่มปัญหามากขึ้นไปอีก จึงขอให้กลุ่มรักเชียงใหม่ 51 หยุดการข่มขู่คุกคามสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอสทันที และขอให้สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส ให้พื้นที่ เวลา กับกลุ่มรักเชียงใหม่ 51 ชี้แจงข้อเท็จจริงโดยเร็ว เพื่อให้ประชาชนพิจารณาว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจจะต้องกำกับดูแลมิให้เกิดเหตุรุนแรงเป็นอันขาด

นอกจากนี้ ขอเรียกร้องให้ทุกกลุ่ม ทุกฝ่ายที่ออกมาเคลื่อนไหวในขณะนี้ เข้าใจการทำงานของผู้สื่อข่าวและสื่อทุกแขนง ว่าทำตามหน้าที่มิได้มีเจตนาจะสนับสนุนหรือโจมตีฝ่ายใด ขณะเดียวกันในสถานการณ์ที่มีความอ่อนไหวเช่นนี้ ผู้สื่อข่าวควรปฏิบัติหน้าที่ด้วยความระมัดระวัง เสนอข่าวอย่างรอบด้านและเป็นธรรม เพื่อมิให้เกิดความเข้าใจผิดหรือเป็นเงื่อนไขให้มีการก่อความรุนแรงขึ้นอีก

ส่วนที่ จ.จันทบุรี กลุ่มเสื้อแดงหรือแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติหรือนปช.จันทบุรี ประมาณ 50 คน นำโดยนายสำเริง ประจำเรือ สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด (ส.อบจ.) จันทบุรี เขต 1 อ.เมือง และนายประมวล เธียรประดิษฐ์ พ่อค้าพลอยเมืองจันท์ เข้ายื่นจดหมายเปิดผนึกพร้อมพวงหรีดสีดำให้นายสุธา ภาคการ ผู้จัดการส่วนบริการลูกค้าบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) สาขาจันทบุรี ที่สำนักงานบริษัท ถนนพระยาตรัง อ.เมือง จ.จันทบุรี เพื่อประท้วงกรณีพนักงานทีโอที สำนักงาน กทม. ใช้มือตบกระพือไล่ และปารองเท้าใส่นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี ระหว่างตรวจเยี่ยมกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร โดยระบุว่า พนักงานบริษัท ทีโอที ซึ่งเป็นพวกพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยใน กทม. ได้แสดงกิริยาไม่สุภาพ โดยขว้างรองเท้าใส่นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี ถือเป็นการดูถูกและเหยียดหยาม จึงขอประณามการกระทำดัง และขอให้ชี้แจงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วย

นายสุธากล่าวชี้แจงว่า กลุ่มผู้ทำงานทีโอทีจันทบุรี มิได้เกี่ยวข้องกับการกระทำดังกล่าว ซึ่งผู้กระทำพฤติกรรมดังกล่าวเป็นคนนอก ไม่ใช่พนักงานบริษัททีโอที อย่างไรก็ตาม ได้รับหนังสือดังกล่าวเพื่อรายงานสำนักงานใหญ่ แต่ไม่ขอรับพวงหรีดเพราะตนและพนักงานมิได้กระทำการดังกล่าว

จากนั้นกลุ่มเสื้อแดงวางพวงหรีดหน้ารั้วบริษัท ทีโอที และเดินทางไปที่บริเวณด้านหน้ากองกำกับการ ตชด.11 อำเภอมะขาม (ค่ายบดินเดชา) มอบดอกกุหลาบสีแดงให้ พ.ต.อ.เรืองศักดิ์ อยู่เมี่ยง ผกก.ตชด.11 อำเภอมะขาม เพื่อให้กำลังใจ หลังทราบข่าวว่ากลุ่มพันธมิตรจันทบุรีจะเดินทางมาชุมนุมประท้วงการทำงานของเจ้าหน้าที่ ตชด.11 ล่าสุด  ทั้งนี้นายสุวิชาณ สุวรรณาคะ ประธานกลุ่มพันธมิตรจันทบุรีและตราด แจ้งเลื่อนกำหนดดำเนินกิจกรรมดังกล่าวแล้วไปเป็นวันที่ 7 พฤศจิกายน ขณะที่ พ.ต.อ.เรืองศักดิ์ กล่าวว่า ขอบคุณกลุ่มผู้ชุมนุมที่เดินทางมาให้กำลังใจ ยืนยันว่าตำรวจจะทำหน้าที่ตามแนวกฎระเบียบ

วันที่ มติชนออนไลน์ 04 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551 เวลา 16:20:56 น. 

 
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา